ใบสั่งมาเฟียโหดรื้อแผงลอยไล่คนแม่ค้าโร่แจ้งความ
ไทยรัฐ วันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2547 หน้า 1
 
สรุปสาระข่าว
 
         มีชายฉกรรจ์ บุกรื้อทำลายแผงขายของ ตลาดลานเศรษฐกิจ ชุมชนหมู่บ้านนักกีฬา ถนนกรุงเทพกรีฑา ที่เกิดเหตุเป็นลานกว้าง เนื้อที่ ประมาณ 1 ไร่เศษ ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้า ไปจับจอง ตั้งร้านแผงลอยและรถเข็น ขายสินค้าสารพัดประเภท จำนวนกว่า 200 ร้าน ปรากฏว่า ร้านขายของทั้งหมดถูกรื้อทำลายล้มระเนนระนาด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยัง พบกองทรายขนาดใหญ่ลักษณะเหมือนเพิ่งถูกนำ ไปเท จำนวน 6 กอง กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในลานดังกล่าว
 
ข้อคิดเห็น
 

    1. ถ้าเริ่มต้นที่การประเมินค่าทรัพย์สินอย่างเป็นธรรม ว่าการ "บุกรุก" ที่ดินทำตลาดกันเองนี้มีมูลค่าตลาดเท่าไหร่ สมควรเสียค่าเช่าให้การเคหะแห่งชาติเท่าไหร่เรื่องก็คงไม่บานปลาย,
    2. ถ้ามีการประเมินค่าแผงลอยในตลาดใหม่ให้ชัดเจนว่าควรให้เช่าอย่างเป็นธรรมเท่าไหร่ พ่อค้าแม่ค้าก็อาจยอมย้ายไปแล้ว
    3. ถ้าทำอะไรให้โปร่งใส ใส่ใจแต่แรก ความยุ่งยาก ยุ่งเหยิงต่าง ๆ ก็คงไม่เกิด การใช้กำลังก็คงไม่มี

 
รายละเอียดของเนื้อข่าว
 

          เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ร.ต.ต.ชญานนท์ สุขเนียม ร้อยเวร สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุมีชายฉกรรจ์ บุกรื้อทำลายแผงขายของ ตลาดลานเศรษฐกิจ ชุมชนหมู่บ้านนักกีฬา ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงและเขต สะพานสูง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นลานกว้าง เนื้อที่ ประมาณ 1 ไร่เศษ อยู่บริเวณทางเข้า หมู่บ้านนักกีฬา ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้า ไปจับจอง ตั้งร้านแผงลอยและรถเข็น ขายสินค้าสารพัดประเภท จำนวนกว่า 200 ร้าน ปรากฏว่า ร้านขายของทั้งหมดถูกรื้อทำลายล้มระเนนระนาด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยัง พบกองทรายขนาดใหญ่ลักษณะเหมือนเพิ่งถูกนำ ไปเท จำนวน 6 กอง กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในลานดังกล่าว
         นายสุรพันธุ์ จันทไพบูลย์ขจร อายุ 52 ปี พ่อค้าขายโจ๊ก รองประธานตลาดลานเศรษฐกิจ ที่เกิดเหตุ และเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกพังร้านให้การว่า ขณะเกิดเหตุมีรถกระบะ 4 คัน รถหกล้อบรรทุกทราย จำนวน 6 คัน และรถสิบล้ออีก 1 คัน เท่าที่จำหมายเลขทะเบียนได้มี 2 คันคือ รถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีน้ำเงิน-บรอนซ์ ทะเบียน ณต 5668 กรุงเทพมหานคร และรถสิบล้อ ทะเบียน 81-1975 กรุงเทพมหานคร พาชายฉกรรจ์เกือบ 200 คน พร้อมขนทรายเข้ามา เมื่อถึงที่หมายกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีอาวุธครบมือทั้งมีด ไม้ ปืน พร้อมเครื่องมือรื้อถอน ลงจากรถกระบะและรถสิบล้อเข้ารื้อทำลายร้านค้าแผงลอยและ รถเข็นขายของจนพังยับ ขณะที่รถบรรทุกหกล้อก็เททรายที่บรรทุกมา กระจายตามจุดต่างๆ โดยไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดขวาง หลังจากใช้เวลาก่อเหตุอยู่นานประมาณ 15 นาที ทั้งหมดจึงกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
          ขณะที่ พ.ต.อ.เกริกกิตติ พิทักษากร ผกก. สน.ประเวศ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาไปดูที่เกิดเหตุมาแล้ว ปรากฏว่าพวกที่บุกเข้ามารื้อถอนกลับไปหมดแล้ว จึงสั่งให้ฝ่ายสืบสวนและสายตรวจคอยควบคุมสถานการณ์และตรวจสอบทะเบียนรถ เพื่อติดตามเจ้าของมาดำเนินคดี ส่วนเรื่องของความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตนสั่งการให้จัดชุดพนักงานสอบสวน จำนวน 13 นาย คอยรับแจ้งความ โดยจะนัดหมายให้ผู้เสียหายทยอยเข้าให้ปากคำจนกว่าจะเสร็จสิ้นซึ่งจะพยายาม ทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ในเบื้องต้นพบว่าเป็นความผิดในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ต้องสอบลงลึกต่อไปว่าเข้าข่ายความผิดอื่นอีกหรือไม่ เรื่องที่เกิดขึ้นมีปัญหากันมาก่อนระหว่างฝ่ายผู้ค้ากับการเคหะฯซึ่งตนไม่อยากพูดมาก เนื่องจากตำรวจมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย
          ด้าน พ.ต.ท.นิพนธ์ ทองแสงบุญญา รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุมี พ่อค้าแม่ค้าเข้าแจ้งความแล้วกว่าร้อยราย ขณะที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำเสร็จ ไปแล้วประมาณ 30 ปาก ส่วนที่เหลือนัดสอบปากคำในวันที่ 3 ส.ค. ต่อไป ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับบุคคลใดหรือเจ้าของบริษัทใดทั้งสิ้น เนื่องจากยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม อีกอย่างผู้เสียหายไม่ได้กล่าวโทษผู้ใด ทั้งที่เป็นตัวบุคคลหรือบริษัท นอกจากนี้ คดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีทางแพ่ง ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ หากโยงใยถึงผู้ใดจะเรียกตัวมาแจ้งข้อหาทันที