"มั่นคง"เตือนระวังเป็นเหยื่อโฆษณา แนะอย่าซื้อบ้านตามกระแสตลาด
ประชาชาติธุรกิจ ปีที่ 27 ฉบับที่ 3543 (2743) 25 ธันวาคม 2546
 
สรุปสาระข่าว
 
        มั่นคงเคหะการเตือนลูกค้าอย่าซื้อบ้านตามกระแส หวั่นตกเป็นเหยื่อกลยุทธ์โฆษณาโครงการจัดสรร-คอนโดฯ แนะให้แยกแยะภาพความฝันกับความเป็นจริงก่อนตัดสินใจ ปัจจัยหลักต้องเลือกบ้านที่สามารถตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้อย่างแท้จริง
 
ข้อคิดเห็น
 
        ข่าวทำนองนี้นาน ๆ จะมีที นักพัฒนาที่ดินท่านนี้ พูดจาโอ่อ่าเปิดเผย ให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับผู้บริโภค นับว่าน่านับถือ
 
รายละเอียดของเนื้อข่าว
 
         มั่นคงเคหะการเตือนลูกค้าอย่าซื้อบ้านตามกระแส หวั่นตกเป็นเหยื่อกลยุทธ์โฆษณาโครงการจัดสรร-คอนโดฯ แนะให้แยกแยะภาพความฝันกับความเป็นจริงก่อนตัดสินใจ ปัจจัยหลักต้องเลือกบ้านที่สามารถตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้อย่างแท้จริง
         นายชูเกียรติ ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์ "ชวนชื่น" และ "สิรีนเฮ้าส์" เปิดเผยว่า จากที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายๆ บริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการโฆษณา โดยใช้รูปแบบการขายและการทำตลาดที่แตกต่างกันออกไป และพยายามสร้างฝันให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เห็นภาพของโครงการที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ในอนาคต ซึ่งถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ เห็นได้จากยอดขายบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตนจึงอยากให้ผู้ซื้อคำนึงถึงภาพฝันของโครงการต่างๆ เหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่ยั่งยืนหรือไม่ และอะไรคือสิ่งที่ชีวิตครอบครัวต้องการอย่างแท้จริง สิ่งไหนจำเป็น สิ่งไหนมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะถ้าผู้ซื้อบ้านแยกแยะได้ก็น่าจะมีความสุขกับบ้านหลังใหม่ได้อย่างยั่งยืนกว่า
         "มั่นคงเคหะการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาฯมาแล้วกว่า 40 ปี ผ่านยุคสมัยของการตลาดในรูปแบบต่างๆ มากมาย แต่ผมมองว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็คือ ปัจจัยพื้นฐานที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของคนไทยที่เหมาะกับวิถีชีวิตความเป็นไทย เพราะคนในสังคมส่วนใหญ่ยังมีพื้นฐานการดำรงชีวิตอย่างไทย บางครั้งคุณเดินเข้าไปชมบ้านตัวอย่างที่มีครัวแบบฝรั่ง หลายคนอาจจะชื่นชอบเพราะสวยงาม แต่ถามว่าพออยู่จริงคุณต้องสร้างครัวไทยขึ้น เพราะครัวฝรั่งมีข้อจำกัดในเรื่องการใช้งาน เราจึงยึดถือการออกแบบบ้านที่เน้นให้อยู่จริงได้อย่างเหมาะกับชีวิตประจำวัน มากกว่าสร้างใหมีลูกเล่นเพื่อส่งเสริมการขาย เท่านั้น"
         นายชูเกียรติกล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทได้สร้างสรรค์กลยุทธ์ด้านการส่งเสริมการขายให้ลูกค้าได้บ้านสมใจมากกว่าการเสนอทางเลือกในด้านต่างๆ อาทิ ลักษณะบ้านที่มีให้เลือก 3 แบบ ประกอบด้วย บ้านสร้างเสร็จก่อนขาย เหมาะกับผู้ต้องการความสะดวกและต้องการย้ายเข้าอยู่เลย บ้านสร้างเสร็จแล้วบางส่วน คือบ้านที่สร้างในส่วนหลักๆ แต่ลูกค้าสามารถเลือกส่วนตกแต่งได้ตามรสนิยม แต่ยังสามารถเข้าอยู่ได้เร็วประมาณ 2-3 เดือน และบ้านสั่งสร้างที่ลูกค้าสามารถสั่งสร้างได้เองตามแบบที่ชอบ เพราะปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาแบบบ้านกว่า 30 แบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกได้อย่างเหมาะสม
         นอกจากนี้ยังได้สร้างมาตรฐาน Happy Plus ที่พร้อมจะมอบทางเลือกเพื่อสร้างความสบายขั้นพื้นฐาน และคุณภาพในระยะยาวแก่บ้านของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นฉนวนกันความร้อน ระบบบำบัดน้ำเสีย และอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ที่พร้อมจะมอบความสุขให้แก่ผู้อยู่อาศัยในระยะยาว
         "ที่เด่นชัดและถือว่าเป็นจุดขายของเราคือ กล ยุทธ์การซื้อบ้านแถมสวน ซึ่งเราให้สวนจริงๆ ณ วันที่ลูกค้าเข้าอยู่ ประกอบกับการตกแต่งสวนที่ดูร่มรื่น แถมน้ำพุ และสวนหิน เพื่อเพิ่มมูลค่าของตัวบ้าน"
         นายชูเกียรติกล่าวต่อว่า สิ่งที่บริษัทให้แก่ลูกค้าล้วนแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นแก่ลูกค้าที่ต้องการมีบ้าน อาทิ การสร้างครัวไทยไว้นอกตัวบ้านเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องกลิ่นและควัน มอบสวนให้เพื่อสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่น และความอบอุ่นภายในบ้าน โครงการของบริษัทจึงมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของลูกค้าหลายระดับ ที่สำคัญบริษัทขายบ้านได้ในราคาที่เหมาะสมและมีคุณภาพดี ที่อยากจะฝากลูกค้าคือ ขอให้ซื้อบ้านที่ใช่และเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตน อย่าซื้อตามกระแส เพราะจะทำให้บ้านไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเต็มที่และคุ้มค่า