หวั่นแปลงสินทรัพย์ไปจบที่มอไซด์
ไทยรัฐ, เสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2546 หน้า 7
 
สรุปสาระข่าว
 
        ผู้ใหญ่บ้านจากจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรกำลังเกิดความสับสนกับนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เนื่องจากมีหลายส่วนคิดว่านโยบายนี้จะทำให้ตนเองมีเงินกู้เพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก และแปลงไปเป็นทีวี รถยนต์ ทั้งนี้ เกษตรกรที่มีที่ ส.ป.ก. ปัจจุบันสามารถขอสินเชื่อจากทาง ธ.ก.ส.ได้อยู่แล้วในวงเงินไร่ละ 5,000-6,000 บาท … นายอดิศักดิ์ชี้แจงว่า โครงการแปลงสินทรัพย์ฯจะสนับสนุน ให้เกษตรกรที่มีโครงการดีได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นอาจจะถึงไร่ละ 10,000-20,000 บาท.
 
ข้อคิดเห็น
 
        คนเราถ้าไม่มีหัวการค้า จะเอาทุนไปทำอะไร มีเงินแต่ไม่มี idea ระวังจะเอาไปผลาญหมด มีทางออกให้ประชาชนที่ดีกว่า "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" เช่นนี้ไหม
 
รายละเอียดของเนื้อข่าว
 
         นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวในการประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่องนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุนที่มีปฏิรูปที่ดินจังหวัด และเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 28 จังหวัดว่า ตามแผนงานของ ส.ป.ก.ในปี 2547 ที่จะนำพื้นที่ ส.ป.ก. จำนวน 10 ล้านไร่ เกษตรกรกว่า 600,000 ราย ใน 69 จังหวัด เข้าโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนนั้น ตามขั้นตอนแล้วกำหนดให้เกษตรกรต้องมาสมัครเข้าร่วมโครงการที่ส.ป.ก.จังหวัดตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2546 และขึ้นทะเบียนไว้กับทาง ส.ป.ก.เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันไปแล้วกับ ส.ป.ก. ที่จะเข้าร่วมโครงการ โดย ธ.ก.ส. จะเริ่มปล่อยสินเชื่อในวันที่ 5 ม.ค. 2547
        สำหรับการปล่อยสินเชื่อของ ธ.ก.ส. จะพิจารณาจากโครงการที่มีความสมบูรณ์มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถชำระหนี้คืนได้ โดยจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดการเพิ่มหนี้ให้กับเกษตรกร เป็นดินพอกหางหมูและต้องเสียที่ดินทำกินพื้นสุดท้ายไปในที่สุด โดยจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนว่าเกษตรกรแต่ละราย มีหนี้อยู่เท่าไร และมีเอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งระบบการกลั่นกรองการปล่อยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรตัวจริง ไม่ใช่นายทุน ซึ่งเกษตรกรจะต้องนำเงินที่กู้ไปพัฒนาอาชีพ และปรับปรุงการเกษตรของตน หากโครงการไม่ชัดเจนและจ้องที่จะนำเงินไปใช้ในด้านอื่นที่ไม่ใช่การทำเกษตรกร เช่น นำไปซื้อมอเตอร์ไซค์ ซื้อโทรศัพท์มือถือ หรือรถยนต์ หมดสิทธิที่จะขอสินเชื่อทันที
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุม ผู้ใหญ่บ้านจากจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรกำลังเกิดความสับสนกับนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เนื่องจากมีหลายส่วนคิดว่านโยบายนี้จะทำให้ตนเองมีเงินกู้เพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก และแปลงไปเป็นทีวี รถยนต์ ทั้งนี้ เกษตรกรที่มีที่ ส.ป.ก. ปัจจุบันสามารถขอสินเชื่อจากทาง ธ.ก.ส.ได้อยู่แล้วในวงเงินไร่ละ 5,000-6,000 บาท จึงไม่เห็นความแตกต่างว่าโครงการนี้กับที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้จะแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งนายอดิศักดิ์ชี้แจงว่า โครงการแปลงสินทรัพย์ฯจะสนับสนุน ให้เกษตรกรที่มีโครงการดีได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นอาจจะถึงไร่ละ 10,000-20,000 บาท.