อสังหาใกล้ฟองสบู่ หวั่นวิกฤติรอบใหม่
กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2545 หน้า 1

สรุปสาระข่าว
        สัญญาณตลาดตามรอยก่อนปี 2540 อสังหาฯจุดพลุครึ่งปีหลัง แห่ลงทุนตามหวั่นตายหมู่ ระเบิดแคมเปญ ลดเงินสดดูดคนซื้อ เพิ่มความร้อนแรงการแข่งขัน กลยุทธ์หลักเน้นส่วนลด สินเชื่อล้น กู้ซื้อบ้านได้ 95% ตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง แนวโน้มคึกคัก รับกำลังซื้อจากอานิสงส์ดอกเบี้ยต่ำ ผู้ประกอบการโหมจัดแคมเปญหวังเร่งยอดขาย-โอน ให้ทันมาตรการจูงใจจากรัฐก่อนสิ้นปีนี้ ทุนนอกไหลเข้าดันหุ้นอสังหาฯ ขึ้นยกแผง คาดเร่งอุณหภูมิตลาดร้อนแรง แต่เชื่อกลยุทธ์เด่นยังเน้นจุดขายตัวเลขโชว์ส่วนลดเงินสด แถมอัตราผ่อนชำระต่ำตามกลไกดอกเบี้ย ด้านนักการตลาดติง แห่ลงทุนตามกันเป็นกลุ่ม อาจก่อวิกฤติรอบใหม่
 
ข้อคิดเห็น
        "แห่ลงทุนตามหวั่นตายหมู่" = บทเรียนปี 2540 ลืมแล้วหรือ อย่าให้ความละโมบทำให้เกิดโมหจริต
        "ลดเงินสดดูดคนซื้อ" = ลดจริงหรือไม่ ตรวจสอบหรือยัง
        "กู้ซื้อบ้านได้ 95%" = แล้วถ้าเกิดดอกเบี้ยขึ้น กู้กันตึงมืออย่างนี้ มีโอกาสขาดผึงไหม แล้วอะไรจะเกิด?
        "ทุนนอกเพิ่มอุณหภูมิแข่งขัน" = ที่ต่างชาติเข้ามาแสดงว่าบริษัทไทยอ่อนแอจนต้องขายไม่ใช่หรือ เข้ามาทั้งทีก็ต้องตีปี๊บเป็นธรรมดา
        "ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนมียอดขายเพิ่มขึ้น" = อย่าเอากระพี้ของความจริงมาขยายผลลิงโลด
        "ธนาคารยังให้สิทธิลูกค้าที่ซื้อบ้านลุ้นโชคด้วยรางวัลบัญชีเงินฝาก 50 รางวัล มูลค่ารวม 1 ล้านบาท" = อย่างนี้เป็นการสร้างอุปสงค์เทียมหรือเปล่า (เมื่อตอนบูมแจกเบนซ์ก็เคยมาแล้ว แล้วเป็นไง!)
        นายธีรพันธ์ นาทีกาญจนลาภ อดีตนายกสมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อสังเกตว่า บรรยากาศตลาดอสังหาฯ ดีเป็นเพราะการอิงมาตรการลดภาษี ค่าธรรมเนียมต่างๆ ตัวผู้ประกอบการจริง ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ที่เริ่มกลับมาทำตลาดอีกครั้งยังเป็นเพียงส่วนน้อย และเป็นในลักษณะที่น่าห่วงคือ คือ Herd Mentality หรือวิธีคิดที่ทำอะไรตามกันเป็นกลุ่ม อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาเป็นวิกฤติรอบใหม่
        น่าแปลกที่มาตรการของรัฐ ช่วยผู้ประกอบการได้จำนวนหนึ่ง ขณะที่ชาวบ้าน สถาบันการเงินยังมีบ้านว่างมหาศาล ขายไม่ออก ผู้ประกอบการที่ยังประนอมหนี้ไม่ได้จำนวนมากมาย ก็อดรับอานิสงส์ไปด้วย การเร่งเร้าให้เกิดการบริโภคเพื่อตีฟองสบู่ เพื่อสร้างผลงานนั้น วันหน้าลูกหลานจะว่าอย่างไร!!
 
รายละเอียดของเนื้อข่าว
อสังหาใกล้ฟองสบู่ หวั่นวิกฤติรอบใหม่
        สัญญาณตลาดตามรอยก่อนปี 2540 อสังหาฯจุดพลุครึ่งปีหลัง แห่ลงทุนตามหวั่นตายหมู่ ระเบิดแคมเปญ ลดเงินสดดูดคนซื้อ เพิ่มความร้อนแรงการแข่งขัน กลยุทธ์หลักเน้นส่วนลด สินเชื่อล้น กู้ซื้อบ้านได้ 95%
        ตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง แนวโน้มคึกคัก รับกำลังซื้อจากอานิสงส์ดอกเบี้ยต่ำ ผู้ประกอบการโหมจัดแคมเปญหวังเร่งยอดขาย-โอน ให้ทันมาตรการจูงใจจากรัฐก่อนสิ้นปีนี้ ทุนนอกไหลเข้าดันหุ้นอสังหาฯ ขึ้นยกแผง คาดเร่งอุณหภูมิตลาดร้อนแรง แต่เชื่อกลยุทธ์เด่นยังเน้นจุดขายตัวเลขโชว์ส่วนลดเงินสด แถมอัตราผ่อนชำระต่ำตามกลไกดอกเบี้ย ด้านนักการตลาดติง แห่ลงทุนตามกันเป็นกลุ่ม อาจก่อวิกฤติรอบใหม่
        ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณคึกคักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลังนี้ มีแนวโน้มสดใสท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากความคึกคักตลาดรอบนี้ มาจากผู้เล่นหลายราย ทั้งทุนในประเทศที่พลิกฟื้น และทุนต่างประเทศที่เข้ามาและเปิดตัวชัดเจนขึ้น
        มีความชัดเจนอย่างหนึ่งว่า เป็นผลจากการดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลในการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย มียอดขายเติบโตสูงขึ้น จากการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2544 ทั้งกลุ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 23% มีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 153% และในไตรมาสแรกของปี 2545 มียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 41% ผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 146%
        แนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตสูงนี้ ทำให้ดัชนีการซื้อขายหลักทรัพย์ในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงในอัตราที่สูงกว่าดัชนีตลาด โดยในปี 2544 ดัชนีตลาดเพิ่มขึ้น 13% ส่วนดัชนีกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 85% และต้นสัปดาห์ที่สองของเดือน มิ.ย. 2545 ดัชนีกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านระดับ 100 จุด ล่าสุด ณ วันที่ 13 มิ.ย.อยู่ที่ประมาณ 102 จุด เพิ่มขึ้น 115% เทียบกับสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2544 ขณะที่ดัชนีตลาดปรับเพิ่มขึ้น 39%ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนมองแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
        นอกจากการกลับมาเปิดตัวอย่างชัดเจนของผู้ประกอบการรายกลาง ที่เข้ามาช่วงชิงยอดขายอีกครั้ง ภายหลังได้แรงกระตุ้นจากหลายส่วน ทั้งความต้องการที่ถูกผลักดันเพิ่มขึ้น จากกระแสตลาดเพื่อการลงทุน เพราะดอกเบี้ยปรับลดลงมาก เป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการแห่จัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และเร่งเปิดตัวโครงการหวังช่วงชิงยอดขายในจังหวะที่ตลาดกำลังปรับตัวดีขึ้นแล้ว ยังมีแรงส่งสำคัญจากการรุกเข้ามาของทุนต่างชาติ ซึ่งในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา กระแสการไหลเข้าของทุนต่างชาติ ในตลาดอสังหาฯ ดำเนินไปค่อนข้างดี
        ความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นอสังหาฯ นี้ แม้นักวิเคราะห์จะเผยว่า มาจาก การที่นักลงทุนแห่เก็งกำไรหุ้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ คือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์, เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้, และควอลิตี้เฮ้าส์ แต่ภาพอีกด้านคือการสะท้อนมุมการเติบโตของธุรกิจนี้
        หลังจากนั้นเพียง 3 วัน กลุ่มทุนต่างชาติ โดยกองทุนอสังหาริมทรัพย์ มอร์แกน สแตนเลย์ (Morgan Stanley Real Estate Fund : MSREF) ได้เปิดพิธีลงนามร่วมลงทุนกับบริษัท แผ่นดินทองพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ อย่างเป็นทางการ ในสัดส่วนมอร์แกน สแตนเลย์ 65% และโกลเด้นแลนด์ 35% สำหรับการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเกรดเอในซอยโปโล มูลค่ารวม 3,600 ล้านบาท
        อีกรายเป็นการเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ "เคปเปล แลนด์" กลุ่มทุนใหญ่อีกรายจากสิงคโปร์ ที่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการในตลาดอสังหาฯ ไทย หลังเข้าถือหุ้น 45% ในบริษัท ไฟว์สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) มาตั้งแต่ต้นปี 2543 โดยล่าสุดได้เข้าซื้อที่ดินล็อตแรกจำนวน 51 ไร่จากธนาคารธนชาต เพื่อเตรียมผุดบ้านเดี่ยว ย่าน ถ.ศรีนครินทร์ พร้อมจะเปลี่ยนชื่อเป็น "เคปเปล ไทย พร็อพเพอร์ตี้"
        การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของทุนต่างชาติดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คึกคักยิ่งขึ้น

แห่เปิดตัวเร่งขายเร่งสร้างหวังโอนปีนี้
        นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและพัฒนาบริษัท ลลิลแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด ในเครือลลิลกรุ๊ป เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้พยายามเร่งที่จะก่อสร้างบ้านในโครงการบ้านบุรีรมย์ 3 รามอินทรา-คู้บอน จำนวน 100 ยูนิต เพื่อรองรับกับมาตรการรัฐที่จะสิ้นสุดปลายปีนี้ โดยที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้วิธีสร้างบ้านก่อนขายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อบ้าน และเป็นทางเลือกใหม่ให้ผู้ซื้อ ซึ่งบริษัทจะนำโครงการดังกล่าวไปเปิดขายในงานมหกรรมที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน หรืองานเอ็นพีเอ แกรนด์เซล ระหว่างวันที่ 26-28 ก.ค.2545 ที่สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยจัดขึ้น ณ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
        ลลิลได้ใช้เงินลงทุนไป 200-300 ล้านบาท เพื่อเร่งการก่อสร้างบ้านในโครงการบ้านบุรีรมย์ 3 รามอินทรา-คู้บอน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สร้างก่อนขายเป็นล็อตใหญ่ที่สุด 100 ยูนิต จากทั้งหมด 281 ยูนิต โดยเป็นบ้านพร้อมโอน 1-2 เดือน และ 5 เดือน

กู้ซื้อบ้านได้ 95% แพ็คเกจดอกเบี้ยต่ำ
        เพื่อให้เป็นไปตามแผนการตลาดที่วางไว้ และเป้าหมายด้านยอดขาย 2,050 ล้านบาท และยอดโอน 1,750 ล้านบาท บริษัทได้จัดแคมเปญพิเศษ โดยร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสนับสนุนสินเชื่อโครงการ และพร้อมบริการสินเชื่อแก่ลูกค้าที่ซื้อบ้าน ในลักษณะแพ็คเกจดอกเบี้ย ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-15 พ.ย. 2545 ด้วยวงเงินกู้สูงถึง 95% ของราคาซื้อขาย
        นอกจากนี้ยังจัดสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำคือ 3.5% ในปีแรก และ 4.5% (โดยปกติธนาคารจะคิด MLR-0.25%) ในปีที่ 2 และเมื่อขึ้นปีที่ 3 ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ย MLR-0.25% ปีที่ 4 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR นอกจากนี้ ทางธนาคารยังให้สิทธิลูกค้าที่ซื้อบ้านลุ้นโชคด้วยรางวัลบัญชีเงินฝาก 50 รางวัล มูลค่ารวม 1 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทมียอดขายแล้วกว่า 20 ยูนิต และคาดว่าภายใน 5 เดือนนี้ จะมีผู้ขอใช้สินเชื่อในโครงการไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท

กิจกรรมตลาดหลากหลายรับกำลังซื้อ
        นายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 3-4 นี้ ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านสร้างเสร็จก่อนขายเพื่อให้ทันกับมาตรการของภาครัฐที่จะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมนี้
        โดยเอ็น.ซี.ได้เพิ่มจำนวนผู้รับเหมาและขยายเวลาการก่อสร้างเพื่อเร่งสร้างบ้านเพื่อให้ทันกับการโอนให้ลูกค้าอย่างช้าในเดือนต.ค.นี้ โดยบริษัทมีบ้านที่จะต้องเร่งสร้าง และเร่งโอนในทุกโครงการเกือบ 500 ยูนิต ใช้เงินทุนหมุนเวียนทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท
        นอกจากนี้ยังมีแผนจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่อง เช่น การจัดงาน Open House Party จิบน้ำชายามบ่าย ดนตรีในสวน โครงการบ้านฟ้ากรีนพาร์ค ลาดพร้าว ที่มีสไตล์การออกแบบในลักษณะบ้านสวน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 3.68 ล้านบาท ซึ่งรับส่วนลดสูงสุดเมื่อจองซื้อภายในงาน 200,000 บาท นอกจากนี้ยังได้งาน Party ริมสายน้ำ ในโครงการบ้านฟ้าปิยรมย์ อิงนที และบริษัทได้จัดแคมเปญในช่วงแนะนำแบบบ้านเดี่ยว ราคา 1.99 ล้านบาท ดาวน์ 10% ฟรี! เงินทำสัญญา 50% รับส่วนลดสูงสุดกว่า 300,000 บาท พร้อมรับของที่ระลึกจากโครงการ
กลยุทธ์หลัก"โชว์ส่วนลดเงินสด"
        สำหรับกลยุทธ์การตลาด นอกจากแคมเปญแจกของแถมพ่วงการขาย ประเภทอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน เช่น เครื่องปรับอากาศ แถมตกแต่งสวน วอลล์เปเปอร์ ฯลฯ หรือบริการสินเชื่อพิเศษหลากหลายรูปแบบแล้ว กลยุทธ์น่าสนใจอีกอย่างคือ การเล่นเกมราคาที่โชว์ส่วนลด พร้อมกำชับว่าเป็นโอกาสสุดท้ายของบ้านราคาต่ำ เพราะสินค้าต้นทุนต่ำจากการแก้ปัญหาหนี้ จะทยอยหมดไปจากตลาด และนับจากต้นปี 2546 เป็นต้นไป ราคาบ้านจะปรับตัวสูงขึ้น
        นายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล ผู้อำนวยการสำนักกรรมการ บริษัท วังทอง กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า 6 เดือนหลังของปี 2545 นี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายราย จะใช้กลยุทธ์ตลาดเชิงรุกมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม รูปแบบการออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ เชื่อว่าคงไม่มีอะไรแปลกใหม่ คือ ยังคงเหมือนกับครึ่งปีแรก เช่น การให้ส่วนลดเงินสด การลดเงินดาวน์ 50% หรือลดทั้ง 100% ให้กับลูกค้า รวมทั้งการจัดแคมเปญแถมเฟอร์นิเจอร์ และขณะเดียวกันก็ยังคงใช้การจัดแคมเปญด้านดอกเบี้ยพิเศษ ร่วมกับสถาบันการเงิน ที่ให้การสนับสนุนโครงการ ให้สินเชื่อกับลูกค้าที่ซื้อบ้าน
        หากโครงการอยู่ในทำเลดี มีศักยภาพ บวกกับชื่อเสียงของผู้ประกอบการ อีกทั้งค่าธรรมเนียมโอนลดลง และมาตรการอื่นๆ ขณะนี้ จะช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ช่วยผู้ประกอบการได้มาก ซึ่งในบางโครงการแทบจะไม่มีแคมเปญพิเศษก็สามารถขายได้" นายปราโมทย์กล่าว
        สำหรับวังทอง ยังคงใช้กลยุทธ์เดิมคือ การให้ส่วนลดเงินทำสัญญากับลูกค้า 50% คือ 2 หมื่นจาก 4 หมื่นบาท ในโครงการใหม่ที่เปิดขาย คือ บ้านวรางกูล รังสิต (คลอง 3) จำนวน 129 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว 60-100 ตรว.ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท จัดให้ลูกค้าดาวน์ 15% แบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะตามขีดความสามารถการโอนของลูกค้า โดยมีทั้งบ้านพร้อมโอนปีนี้ และปี46 คือระยะ 4, 8 และ 12 เดือน
        นายธีรพันธ์ นาทีกาญจนลาภ กรรมการที่ปรึกษา สมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า เนื่องจากบรรยากาศตลาดโดยรวม เป็นการขายอสังหาฯ ที่อิงมาตรการลดภาษี ค่าธรรมเนียมต่างๆ และยังมาจากภาวะดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงมาก ประกอบกับหลายโครงการ เป็นการซื้อโครงการค้างหนี้เดิมนำมาพัฒนาต่อ ดังนั้นรูปแบบการแข่งขันที่พบสำหรับ การขายในตลาดระดับกลางลงมา จึงเน้นที่แคมเปญราคาและส่วนลด ซึ่งบางโครงการจะพบว่าใช้ตัวเลข ราคาที่แตกต่างของอดีตเป็นจุดขาย เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ดูลงตัวที่สุดสำหรับการขายอสังหาฯ มากกว่าจะเน้นที่การแจกแถม อุปกรณ์เสริมต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการลูกค้า

หวั่นเปิดตลาดคึกคักอาจซ้ำรอยวิกฤติ
        บรรยากาศตลาดโดยรวมของอสังหาฯ ที่เริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นขณะนี้ ยังเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่เต็มไปด้วยข้อสังเกตและคำถามที่ว่า ตลาดฟื้นแล้วจริงหรือ เมื่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจโดยรวม ยังไม่ดีถึงขั้นที่จะก่อให้เกิดการลงทุนเต็มที่ในภาคอสังหาริมทรัพย์เหมือนสมัยเฟื่องฟูในอดีต
        นายธีรพันธ์ย้ำว่า ความเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ภาพบวก สำหรับตลาดอสังหาฯขณะนี้เป็นตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน ซึ่งในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา มีบ้านระดับราคากลางค่อนข้างสูง เฉลี่ยประมาณ 4-10 ล้านบาท เปิดตัวและพบว่าขายดี ทำให้บรรยากาศตลาดเป็นบวก และแม้จำนวนสินค้าที่เปิดสู่ตลาดมีไม่มากนัก แต่รวมแล้วมีมูลค่าดีกว่า 3 ปีก่อน ทำให้ภาพตลาดคึกคักขึ้น
        อย่างไรก็ตาม หากมองที่ตัวผู้ประกอบการจริง จะพบว่าไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ทั้งนี้หากเทียบข้อมูลจากฐานสมาชิกสมาคมอสังหาฯ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกว่า 2,000 ราย ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 700 ราย หรือเท่ากับ 30% ที่เหลือกว่า 60% ยังคงไม่กลับเข้ามาในตลาด แม้ว่าขณะนี้จะพบว่ามีผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อย เริ่มกลับมาทำตลาดอีกครั้งแต่ยังเป็นเพียงส่วนน้อย
        ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มองเรื่องการซื้ออสังหาฯ เป็นการลงทุน เพื่อทดแทนรายได้ดอกเบี้ยที่ลดต่ำลงมาก รวมทั้งดอกเบี้ยสินเชื่อในการซื้ออสังหาฯ ก็ปรับลดมากเป็นประวัติการณ์ รวมถึงมาตรการลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จ ทั้งค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ, ค่าธรรมเนียม, ค่าจดจำนอง ซึ่งแต่เดิมรวมกว่า 4% ลดเหลือไม่ถึง 1% จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมทุกอย่างเหลือ 0.01% ที่จะสิ้นสุดภายใน 31 ธ.ค.2545 มีส่วนกระตุ้นให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดคึกคักขึ้น โดยเฉพาะบรรยากาศตลาดในครึ่งปีหลังนี้
        "การกลับมาครั้งนี้ เป็นเพราะทุกคนมองว่าถึงเวลาที่จะต้องเดินไปข้างหน้า หลังจากชะงักไปหลายปี แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ การกลับมาทำตลาดเริ่มส่งสัญญาณคล้ายก่อนวิกฤติ เมื่อพบว่ามีหลายคนแห่เข้ามา เหมือนศัพท์การตลาดที่เรียกว่า Herd Mentality หรือวิธีคิดที่ทำอะไรตามกันเป็นกลุ่ม คล้ายการอยู่รวมกันแบบฝูงสัตว์ ซึ่งหมายความถึง ทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่บางคนเลือกซื้ออสังหาฯ เพื่อการลงทุน แต่ไม่ได้คำนวณจากความต้องการและความพร้อมที่แท้จริง อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เป็นวิกฤติรอบใหม่ได้เช่นกัน" นายธีรพันธ์กล่าว

แนะเก็บภาษีทรัพย์สินแก้ปัญหาระยะยาว
อย่างไรก็ตาม นายธีรพันธ์กล่าวว่า หากรัฐต้องการวางแนวทางแก้ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ซึ่งต่อเนื่องถึงภาพรวมเศรษฐกิจ ควรพิจารณากฎหมายว่าด้วยการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน เพื่อป้องกันปัญหาการลงทุนอสังหาฯเกินจำเป็น ลดการถือครองโดยไม่ทำประโยชน์ ซึ่งจะป้องกันปัญหาการเก็งกำไร และยังช่วยกระจายรายได้ เพราะคนที่มีทุนจะไม่ซื้ออสังหาฯเก็บไว้มาก เนื่องจากมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งกฎหมายนี้ในต่างประเทศใช้ได้ผลมาก แต่ในบ้านเราไม่สามารถออกมาใช้ได้ เพราะติดปัญหาผู้มีอำนาจถือครองทรัพย์สินไว้มาก
        "ภาษีทรัพย์สิน จะช่วยลดปัญหาการตื่นตัวของตลาด ที่ซื้อโดยไม่มีพื้นฐานความต้องการที่แท้จริงลงได้ ป้องกันได้ทั้งปัญหาเก็บกำไรระยะสั้น และปัญหากระจายรายได้เพื่อป้องกันวิกฤติในระยะยาวด้วย" นายธีรพันธ์กล่าว