ป่าสงวนกับกรณีศึกษาเวิลด์พีช เขาใหญ่ของธรรมกาย
โสภณ พรโชคชัย

[ผู้ตั้งกระทู้]
2025-10-03|15:40:42
รายละเอียด:

            ตามที่ช่วงหนึ่งมีข่าวครึมโครมเกี่ยวกับศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ บ้านหนองจอก หมู่ที่ 6 ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ของวัดธรรมกายว่ารุกที่ป่าสงวนหรือไม่ นักอสังหาริมทรัพย์พึงรู้การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์โดยพิจารณากรณีศึกษานี้ว่ารุกป่าสงวนหรือไม่ ผมในนามประธานก่อตั้งมูลนิธิประเมินค่า-นายหน้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไปสำรวจ

 

คำแถลงของธรรมกาย

            คณะศิษยานุศิษย์วัดธรรมกาย โดยนายองอาจ ธรรมนิทา ในฐานะโฆษกคณะฯ ได้แถลงเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2559 ว่าไม่ได้อยู่ในที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม่ได้อยู่ในที่ดิน สปก. และเป็นที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะทำเกษตรกรรม แลได้ขออนุญาตการก่อสร้างกับทางองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งตาลองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2556 โดยมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์

            ศูนย์ฯ รองรับผู้ปฏิบัติธรรมได้ 1,500 คน เพราะได้สร้างอาคารขนาดใหญ่เพื่อรองโดยผู้มาปฏิบัติธรรมจะต้องรักษาศีล 8 งดทานข้าวเย็น ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสูบบุหรี่ นุ่งขาวห่มขาว ตื่นนอนตั้งแต่เวลา 04.30 น. เพื่อสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ห้องนอนเป็นห้องรวม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ (http://bit.ly/29lQDUG) จากการสังเกตการณ์พบว่าศูนย์ฯ แห่งนี้มีทางเข้าอยู่ในบริเวณชุมชนของบ้านหนองจอก มีรั้วรอบขอบชิด

 

คำแถลงของสำนักงานที่ดิน

            เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายไพโรจน์ บัวน่วม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบที่ดินของศูนย์ฯ (http://bit.ly/29rRJkJ) พบว่า มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 480-0-61 ไร่ (480.1525 ไร่) พบมีเอกสารสิทธิจำนวน 13 แปลง แยกเป็นโฉนดที่ดิน 3 แปลง เนื้อที่ 62-3-95 ไร่ และ น.ส.3 ก.จำนวน 10 แปลง เนื้อที่ 230-3-08 ไร่ รวมมีเอกสารสิทธิที่ดินจำนวนเนื้อที่ 293-3-03 ไร่ ส่วนที่เหลือเนื้อที่ 186-1-58 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด พื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้น นิคมสร้างตนเองลำตะคองยืนยันว่าเป็นพื้นที่ในเขตนิคมฯ ตามแผนที่แนบท้ายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 351 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515

            นอกจากนี้เอกสารแสดงสิทธิเดิมก่อนนำมาออกโฉนดที่ดิน และ น.ส.3 ก.ดังกล่าว ทั้งหมดมีที่มาจากเอกสาร น.ค.3 ของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอนและกฎระเบียบของทางราชการ ฉะนั้นเบื้องต้นจึงยืนยันได้ว่าเอกสารสิทธิดังกล่าวข้างต้นได้มาโดยชอบตามกฎหมาย ประเด็นที่พึงพิจารณาเพิ่มเติมจึงอยู่ที่ว่าอยู่ในเขตป่าไม้หรือเป็นที่ ส.ป.ก.หรือไม่

 

การสำรวจของมูลนิธิ

            จากการสำรวจพบว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองที่ประกาศมาตั้งแต่ปี 2515 ไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนแต่อย่างใด จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเขตป่าไม้หรือเป็นที่ ส.ป.ก. ทั้งนี้ได้ตรวจสอบกับที่ทำการนิคมสร้างตนเองลำตะคองเมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2559 ที่ดินของศูนย์ฯ นี้ตั้งอยู่ในระวางที่ดินเลขที่ 7004, 7006, 7204 และ 7206 โดยมีแนวเส้นเขตป่าไม้อยู่ห่างออกไปจากแปลงที่ดิน

            จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านพบว่า เจ้าของที่ดินเดิมที่ได้รับเอกสารสิทธิ์เป็นใบ น.ค.3 แล้วได้ไปทำเป็นโฉนดที่ดินหรือใบ น.ส.3 น.ส.3 ก และขายให้กับทางศูนย์ไปแล้ว โดยเริ่มมีการทยอยซื้อที่ดินในบริเวณศูนย์ฯ นี้มามากกว่า 10 ปีแล้ว ผู้ที่ขายดินไปก็ออกมาอยู่ในบริเวณตัวหมู่บ้านบ้าง หรือย้ายไปอยู่ที่อื่นบ้าง อย่างไรก็ตามที่ดินทั้งหมดนี้ได้มาจากการรวบรวมซื้อเป็นระยะ ๆ

 

ราคาที่ดิน

            ที่ดินในบริเวณบ้านหนองจอกมีสภาพเป็นชุมชนแล้ว แต่พื้นที่โดยรอบยังเป็นที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม จากการหาข้อมูลเบื้องต้นพบว่า

            1. ในกรณีที่ดินติดถนนใหญ่ ทล.3052 และถนนโยธาธิการ 2213 ราคาที่ดินตกเป็นเงินไร่ละ 4 ล้านบาทโดยประมาณ และเคยมีผู้ขายได้ไร่ละ 3 ล้านบาท ในบริเวณชานเขตเมืองของบ้านหนองจอก และขณะนี้มีผู้เสนอขายที่ดินไร่ละ 6 ล้านบาท ในความเห็นเบื้องต้นจึงประเมินไว้ ณ ราคาไร่ละ 4 ล้านบาท สำหรับที่ดินขนาดไม่เกิน 5 ไร่

            2. ที่ดินนอกเขตเมืองของบ้านหนองจอก มีขายได้ในราคาประมาณ 1.5 - 3 ล้านบาทต่อไร่ โดยอนุมานให้ไร่ละ 2 ล้านบาท โดยเฉพาะบริเวณที่ดินที่เป็นเนินสวยงามเหมาะที่จะใช้ทำสถานตากอากาศ ราคาจะสูงเป็นพิเศษ ทั้งนี้หมายถึงที่ดินขนาดไม่เกิน 10 ไร่ เป็นสำคัญ

            3. เมื่อประมาณ 15 ปีก่อนที่เริ่มมีการซื้อที่ดินเพื่อทำศูนย์ปฏิบัติธรรม ราคาที่ดินในเขตเมืองติดถนนใหญ่ ราคาไร่ละ 400,000 บาท ในขณะที่ในเขตนอกเมือง ราคาไม่เกิน 180,000 บาท

            4. อาจกล่าวได้ว่าเพราะการเก็งกำไรและความต้องการซื้อที่ดินเพื่อทำรีสอร์ตต่าง ๆ จึงทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงมาก ในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงมากถึงปีละ 16%

            ในกรณีที่ศูนย์ฯ นี้มีที่ดินประมาณ 480.1525 ไร่ และอยู่ห่างจากถนน ที่ดินแปลงนี้คงเป็นเงินไร่ละประมาณ 2.5 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่นับรวมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ

 

การพัฒนาที่หมิ่นเหม่

            ในพื้นที่เขาใหญ่ มีการพัฒนาขนาดใหญ่เป็นรีสอร์ตและที่พักมากมาย บ้างก็กระทำถูกต้องตามกฎหมาย บ้างก็หมิ่นเหม่กฎหมาย การพัฒนามีหลายร้อยโครงการ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง

            1. โครงการรีสอร์ตโดยรอบในบริเวณใกล้เคียง

            2. โบสถ์คริสต์ในเขาใหญ่ (ยังมีมัสยิดขนาดใหญ่ที่เขายายเที่ยง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขาใหญ่ด้วย)

            3. โครงการ Toscana Valley Plaza ที่มีการพัฒนาแบบแปลกๆ

            4. โครงการคีรีมายา

            นอกจากนี้ยังการพัฒนาหลายแห่งมีลักษณะที่หมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมายโดยเฉพาะในส่วนที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้ บางส่วนก็เป็นที่ ส.ป.ก.4-01 อันที่จริงรัฐบาลไม่ควรให้มีการแปลงที่เกษตรกรรมเป็นอื่น เช่น รีสอร์ต หรือกระทั่งสำนักปฏิบัติธรรม แต่ในปัจจุบันคงจะสายไปเสียแล้ว เพราะมีการเปลี่ยนแปลงกันดกดื่น สำนักปฏิบัติธรรม หรือศาสนสถานอื่น ๆ ที่ก่อสร้างสวยงามอยู่บนยอดเขาบ้าง ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการบุกรุกป่าไม้อย่างชัดเจน ยิ่งกว่านั้นอันที่จริงรัฐบาลไม่ควรขยายถนนหรือไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่รอบๆ ป่า เพื่อป้องกันคนไม่ให้อยู่ในบริเวณใกล้ชายของป่าเพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุก

 

สิ่งที่ควรดำเนินการสำหรับกรณีที่ดินประเภทนี้ในอนาคต

            อย่างไรก็ตามสำหรับในอนาคต รัฐบาลควรดำเนินการ

            1. วางผังชนบทหรือผังจังหวัด ห้ามการก่อสร้างรีสอร์ตหรือโรงแรมหรือกิจการอื่นนอกเหนือจากกิจกรรมเกษตรกรรม

            2. ควรมีการอุดหนุนการเกษตร เช่น ลดภาษี เพิ่มเงินอุดหนุน เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทำการเกษตรแทนการขายที่ดินไปทำกิจการอื่น

            3. ประชาชนครัวเรือนใดที่เลิกทำการเกษตรเพื่อการยังชีพแล้ว ให้ขายคืนที่ดินเกษตรกรรมให้กับทางราชการเพื่อจัดสรรให้ผู้อื่นอยู่ต่อ สำหรับผู้ที่เลิกทำเกษตรกรรมแล้ว รัฐบาลอาจจัดสร้างหมู่บ้านให้ซื้ออยู่อาศัยร่วมกันเป็นเมือง จะปลูกบ้านในที่ดิน น.ค.3 หรือ ส.ป.ก.4-01กันตามใจชอบไม่ได้

            4. กรณีที่ดินที่ใช้เพื่อกิจการอื่นที่ไม่ให้เกษตกรรม ให้เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราที่สูงเช่น 3-5% เพื่อนำเงินภาษีเหล่านี้มาช่วยเหลือเกษตกรรม

            5. ในพื้นที่ที่บุกรุกป่าชัดเจน เช่น รีสอร์ตหลายแห่งรอบ ๆ ศูนย์ปฏิบัติธรรมฯ แห่งนี้ ควรยึดเป็นของทางราชการ แต่ให้เจ้าของสามารถเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำรายได้จากการใช้ทรัพยากรของแผ่นดินนี้มาบำรุงชุมชนหรือประเทศชาติโดยรวม เป็นต้น

            ดังนั้นการซื้อที่ดินต่างๆ พึงตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ให้ครบถ้วน ดังในกรณีศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซซึ่งไม่ได้รุกป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ใช่ที่ ส.ป.ก. มีมูลค่าเฉพาะที่ดินราว 1,200 ล้านบาท  ควรดูโครงการที่หมิ่นเหม่ต่อการอยู่ในผืนป่าใกล้เคียง แนวทางการแก้ไขในอนาคตก็พึงจัดทำผังชนบทและผังจังหวัดห้ามการพัฒนาอื่นนอกจากเกษตรกรรม และเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับกิจกรรมนอกภาคเกษตรกรรมในอัตราสูง

 
แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด: >
* ชื่อคุณ:
*รหัสยืนยัน:   6874 กรุณาป้อนรหัส =>
  อ่ า น แ ล ะ ย อ ม รั บ ใ น ก ติ ก า ก่ อ น
1) งดลงประกาศข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับ วงการประเมินค่าทรัพย์สิน
2) การลงข้อความ ประกาศ ต้องเป็น ข้อความที่ถูกกฎหมาย และศีลธรรม เท่านั้น และ เป็นความจริงทุกประการ
3) ข้อความที่ลงประกาศ ท่านจะต้องรับผิดชอบ และทำตามที่ท่านลงประกาศไว้
4) งดการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ดูถูก เสียดสี ประชดประชัน หรือ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
5) ห้ามลงประกาศข้อความ ที่ซ้ำๆ กัน
6) หากทาง Thaiappraisal ตรวจสอบพบ หรือ มีผู้แจ้ง ข้อความที่ละเมิดกฎ และทางเราได้ตรวจสอบแล้วเป็นจริง จะทำการลบข้อมูลที่ไม่เหมาะสมนั้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบ
7) ทาง Thaiappraisal ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข กฎกติกาในการลงประกาศ