ทรัมป์แก้ปัญหาคนเร่ร่อนอย่างไรดี
โสภณ พรโชคชัย

[ผู้ตั้งกระทู้]
2025-09-17|09:49:56
รายละเอียด:

 

            เรามาดูว่าประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาตั้งใจจะแก้ปัญหาคนเร่ร่อนอย่างไร ผมในฐานะอดีตประธานมูลนิธิอิสรชนที่เป็นมูลนิธิที่มุ่งช่วยคนเร่รอน ขออนุญาตถ่ายทอดจากบทความของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ (https://tinyurl.com/3hkurm6j)

            บทความขอเดวอน เคิร์ตซ์ดังกล่าวชื่อว่า “Trump Forces D.C. to Get Real About Homelessness. He’s right to treat it as a problem of mental illness and bad behavior, not one of housing and inequality” ซึ่งลงเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ซึ่งแปลว่าทรัมป์บังคับให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ตระหนักถึงปัญหาคนไร้บ้านอย่างแท้จริง โดยมองว่าเป็นปัญหาทางจิตและความประพฤติที่ไม่ดี ไม่ใช่ปัญหาที่อยู่อาศัยและความไม่เท่าเทียมกันเช่นแต่กัน

            แม้ว่านายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จะอ้างว่าเมืองหลวงของสหรัฐฯ มีอัตราการก่ออาชญากรรมรุนแรงต่ำ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้มาตรการพิเศษในเมืองหลวงของประเทศคือการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของถนนหนทาง สิ่งที่ทรัมป์กระทำนี้ดูผิดไปจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลในเมืองต่างๆ ของอเมริกาที่ไม่ได้ดำเนินการด้านนี้มานานแล้ว เพราะ พวกเขาถูกชักจูงโดยนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวที่ออกมาต่อต้านการจัดการกับคนเร่ร่อนที่นอนระเกะระกะในเมืองมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

            กลยุทธ์ของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นตรงไปตรงมาคือ ทุกคนที่อาศัยอยู่นอกบ้านต้องเข้าไปข้างในบ้าน ไม่มีข้อยกเว้น คำสั่งผู้บริหารฉบับล่าสุดของประธานาธิบดี ยุติอาชญากรรมและความวุ่นวายบนท้องถนนของอเมริกาในการนี้รัฐบาลกลางต้องเสียเงินให้กับเมืองและรัฐต่างๆ เพื่อให้กลยุทธ์นี้บรรลุเป้าหมาย และถือเป็นจุดสิ้นสุดแห่งทศวรรษที่อดทนอดกลั้นต่อการนอนข้างถนน เมืองเต็นท์ และการใช้ยาเสพติดในที่สาธารณะ

            องค์กรต่างๆ เช่น ศูนย์กฎหมายคนไร้บ้านแห่งชาติ (National Homelessness Law Center) และพันธมิตรแห่งชาติเพื่อยุติการไร้บ้าน (National Alliance to End Homelessness) ต่างวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายที่ต่อต้านค่ายคนเร่ร่อนว่ารุนแรงเกินไปและไร้ประโยชน์ แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากกลับเห็นด้วยกับประธานาธิบดีทรัมป์ จากผลสำรวจของสถาบันซิเซโรเมื่อปลายปีที่แล้ว พบว่า ชาวอเมริกัน 72%จากทั้งสองพรรคการเมืองระบุว่าการย้ายคนเร่ร่อนไปยังศูนย์พักพิงนั้นให้ความเห็นอกเห็นใจมากกว่าการอนุญาตให้พวกเขาตั้งแคมป์ที่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ

            ผู้สนับสนุนคนเร่ร่อนหลายคนสันนิษฐานว่าภาวะเร่ร่อนส่วนใหญ่เกิดจากการที่ค่าที่อยู่อาศัยแพงเกินไป มากกว่าจะเกิดจากการใช้ยา พฤติกรรมต่อต้านสังคม อาชญากรรม หรือความเจ็บป่วยทางจิต สมมติฐานนี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่ผิดๆ ว่าการอยู่บนท้องถนนเป็นทางเลือกที่แม้จะดูน่าเกลียด แต่ดีกว่าการที่สถาบันที่เกี่ยวข้องไปที่จำกัดเสรีภาพพลเมืองของบุคคลที่ยากจน

            เจ้าของบทความนี้เห็นว่าสมมติฐานนี้ผิด จากการสำรวจชาวอเมริกันที่เร่ร่อนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา มีเพียง4% เท่านั้น ที่ระบุว่าค่าที่อยู่อาศัยที่สูงเป็นสาเหตุหลักที่พวกเขากลายเป็นคนเร่ร่อน คนส่วนใหญ่ระบุว่าพวกเขามีปัญหาสุขภาพจิต เคยใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย และเคยติดคุกหรือถูกคุมขังเป็นเวลานาน  ยาเสพติด โรคทางจิต และอาชญากรรม เป็นสิ่งที่คนอเมริกันส่วนใหญ่พบเจอเมื่อเผชิญกับคนเร่ร่อน ดังนั้นจึงมีความเห็นพ้องต้องกันว่าควรผลักดันคนเร่ร่อนให้เข้ารับการบำบัดและออกจากวิถีชีวิตที่ทำลายล้าง

            นโยบายการตั้งแคมป์แบบผ่อนปรนในเมืองให้คนเร่ร่อน ทำให้ยาเสพติดแพร่หลาย และประชากรคนเร่ร่อนในอเมริกาเกือบ 3% เสียชีวิตในแต่ละปี ระหว่างปี 2554-2563  อัตราการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในกลุ่มคนเร่ร่อนเพิ่มขึ้น 488% และเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1% ของประชากรคนเร่ร่อนในแต่ละปี การใช้ยาเกินขนาดคิดเป็น 29% ของการเสียชีวิตของคนเร่ร่อนทั้งหมด รองลงมาคือโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มักเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดในระยะยาวมี 24% และมีอีก 10% ที่เสียชีวิต โดยการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม

            คนเร่ร่อนมักตกเป็นเหยื่อของคนเร่ร่อนอื่น ข้อมูลจากสำนักงานอัยการเขตซานดิเอโกเปิดเผยว่า คนเร่ร่อนมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมร้ายแรงมากกว่าชาวอเมริกันทั่วไปประมาณ 10 เท่า และมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้กระทำความผิดมากกว่าหลายร้อยเท่า รายงานล่าสุดของสถาบันซิเซโรพบว่าในมีถึง 8 มลรัฐ ที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถนนมากกว่าครึ่งเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศที่ลงทะเบียนไว้ โดยเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 1 ใน 5 เท่านั้น

            นักวิจารณ์เรื่องการห้ามตั้งแคมป์มักมองข้ามอันตรายเหล่านี้ รวมถึงภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ค่ายคนเร่ร่อนแห่งหนึ่งในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ก่อให้เกิด ขยะถึง 655 ตันในเมืองเต็นท์ใต้ดินที่กว้างใหญ่  ผู้ที่มองข้ามความเลวร้ายของการเร่ร่อนมักพูดเกินจริงเกี่ยวกับความเลวร้ายของมาตรการรับมือของสถาบันต่อคนเร่ร่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พักพิงหรือการคุมขัง

            จากการตรวจสอบอย่างเป็นระบบเมื่อเร็วๆ นี้โดยกลุ่มนักวิจัยสหวิทยาการ พบว่าไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าที่พักพิงในสหรัฐอเมริกามีอัตราการเกิดความรุนแรงสูงกว่าบนท้องถนน เรือนจำมีความปลอดภัยมากกว่าบนท้องถนนมาก โดยมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าหนึ่งในสิบของประชากรเร่ร่อน งานวิจัยด้านอาชญาวิทยาจำนวนมากบ่งชี้ว่าสำหรับชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในย่านที่มีอาชญากรรมสูง เรือนจำช่วยลดอัตราการเสียชีวิตที่ปรับตามอายุได้มากถึง57%เมื่อเทียบกับชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในชุมชนทั่วไป แม้ว่าเรือนจำและคุกอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรับมือกับคนเร่ร่อน แต่ก็สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างปฏิเสธไม่ได้ นโยบายที่นักเคลื่อนไหวคนเร่ร่อนหลายคนนิยมใช้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูกโดยไม่ต้องบำบัดด้านจิตใจใดๆ กลับเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้

            การใช้ชีวิตบนท้องถนนเป็นเรื่องอันตราย กลยุทธ์ที่เขตปกครองพิเศษโคลัมเบียและเมืองอื่นๆ ในอเมริกาหลายแห่งใช้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนคนเร่ร่อนเพิ่มขึ้น อัตราการเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้น และอาชญากรรมและเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรอบๆ ค่ายคนเร่ร่อนยิ่งเลวร้ายลง การตอบสนองของประธานาธิบดีทรัมป์พิจารณาถึงความเป็นจริงของการเร่ร่อนบนท้องถนนอย่างจริงจัง นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของเมืองและของประเทศในการยุติยุคแห่งความไร้ระเบียบในเมืองนี้

            รัฐบาลไทยก็ต้องจัดสวัสดิการที่ดีในด้านที่พักพิงและการแก้ไขปัญหาทางจิต นอกเหนือจากการไล่ให้พวกคนเร่ร่อนไปแอบ ยามที่มีคนใหญ่คนโตผ่านมา

 
แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด: >
* ชื่อคุณ:
*รหัสยืนยัน:   3203 กรุณาป้อนรหัส =>
  อ่ า น แ ล ะ ย อ ม รั บ ใ น ก ติ ก า ก่ อ น
1) งดลงประกาศข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับ วงการประเมินค่าทรัพย์สิน
2) การลงข้อความ ประกาศ ต้องเป็น ข้อความที่ถูกกฎหมาย และศีลธรรม เท่านั้น และ เป็นความจริงทุกประการ
3) ข้อความที่ลงประกาศ ท่านจะต้องรับผิดชอบ และทำตามที่ท่านลงประกาศไว้
4) งดการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ดูถูก เสียดสี ประชดประชัน หรือ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
5) ห้ามลงประกาศข้อความ ที่ซ้ำๆ กัน
6) หากทาง Thaiappraisal ตรวจสอบพบ หรือ มีผู้แจ้ง ข้อความที่ละเมิดกฎ และทางเราได้ตรวจสอบแล้วเป็นจริง จะทำการลบข้อมูลที่ไม่เหมาะสมนั้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบ
7) ทาง Thaiappraisal ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข กฎกติกาในการลงประกาศ