เรื่องที่ดินวัดสวนแก้ว พระพยอมอาจเป็นฝ่ายผิด!
๋jidapa

[ผู้ตั้งกระทู้]
2020-06-17|13:38:47
รายละเอียด:

      ขณะนี้มีข่าวกระฉ่อนว่าพระพยอมจะถูกไล่จากวัดสวนแก้ว กรณีนี้คงเป็นความเข้าใจผิด และคนที่ผิดอาจเป็นพระพยอมเอง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มาฟัง ดร.โสภณ ในฐานะเชี่ยวชาญด้านการประเมินค่าทรัพย์สิน
           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวถึงกรณีที่ดินวัดที่มีข้อพิพาทนั้น พาดหัวข่าวของสื่ออาจทำให้เข้าใจผิดว่า “พระพยอมย้ายออกจากวัดสวนแก้วในสิ้นเดือนนี้” <1> หรือข่าว “พระพยอม ร้องขอความเป็นธรรมหวั่นวัดอาจถูกยึดที่ดิน” <2> ข่าวนี้เป็นข่าว “ดราม่า” แต่ไม่รู้เป็นเพราะสื่อหรือใครให้ข่าวแบบนี้ ทั้งนี้เพราะที่ธรณีสงฆ์อย่างวัดสวนแก้ว คงไม่มีใครไล่พระออกไปได้
           เรื่องนี้เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 ศาลจังหวัดนนทบุรีได้ตัดสินให้เพิกถอนการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยที่ 1 คือ นางวันทนา สุขสำเริง และจำเลยที่ 2 คือ มูลนิธิสวนแก้ว โดยให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ตรงปากทางเข้าวัดสวนแก้ว กลับไปเป็นของ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ ตามเดิม การซื้อที่ดินด้วยเงิน 10 ล้านบาทในปี 2547 ก็เป็นโมฆะด้วย ที่น่าสงสัยมากก็คือพระพยอมไม่ฟ้องผู้ขายที่ดินแปลงนี้ <3> 
           ผู้ขายอ้างว่าตนและมารดาอยู่มา 30 ปีก่อนไปขอจดครอบครองปรปักษ์ แต่พระพยอมอยู่วัดสวนแก้วนี้ก่อนเสียอีก คือมาอยู่ตั้งแต่ปี 2521 <4> หรือ 36 ปีก่อนซื้อที่ดินแปลงนี้ พระพยอมก็เป็นคนที่เกิดแถวนี้ ท่านเดินบิณฑบาตผ่านที่ดินนี้ทุกวัน เจ้าของที่ดินและทายาทตัวจริงอาจเคยใส่บาตรท่านก็ได้ ท่านน่าจะพอรู้ว่าใครคือเจ้าของที่ดินแปลงข้างวัดนี้ด้วยซ้ำไป นอกจากพระพยอมไม่ฟ้องนางวันทนาแล้ว ในภายหลังท่านยังเมตตาให้ที่พักอาศัยระยะหนึ่งโดยท่านบอกว่ามีคนตามล่านางอยู่ซึ่งเป็นข้อที่ไม่อาจพิสูจน์ <5>
           ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ก็ยังกล่าวว่ากรมที่ดินก็ไม่ได้ผิด ศาลก็ไม่ได้ผิด ต้องไปเอาเงินคืนจากผู้ขาย <6> และในการสู้คดี ผู้ขายก็กลับยอมยกที่ดินคืนแก่เจ้าของที่ดินอย่างง่ายดาย แสดงว่าผู้ขายคงมีพฤติกรรมน่าสงสัย ความผิดของคนขายที่ได้เงินไปเต็มๆ แม้อาจไม่มีเงินเหลือเพราะส่วนหนึ่งใช้เพื่อการเสียภาษี ให้คนช่วยวิ่งเต้น หรือลูกหลานรวมทั้งตัวเองใช้เงินไปหมดแล้ว
           ที่ผ่านมาพระพยอมยังยอมรับว่า “มีผู้บริหารโรงภาพยนตร์ฟิวเจอร์ มาหาและจะรวบรวมเงินซื้อคือให้ในราคา 15 ล้าน” เพื่อซื้อที่ดินแปลงนั้นกลับมาตามที่เจ้าของเดิมเสนอขายใหม่ แต่พระพะยอมก็กลับไม่รับข้อเสนอนี้อ้างว่า “บอกว่าคุณไม่ได้มาทำให้อาตมาเสีย แล้วคุณจะมาเสียเงินกับอาตมาทำไม เราก็นึกว่าสู้คดีไปก่อนดีกว่า” การไม่ทวงค่าเสียหายจากผู้ขายเพื่อเอาเงินวัดที่ได้จากสาธุชนผู้บริจาคคืนมา ก็เท่ากับทำเงินของส่วนรวมสูญไป พระพยอมและมูลนิธิจึงควรใช้คืนแก่วัดเอง
           ข่าวที่ออกมาในเดือนมิถุนายน 2563 แสดงว่าหลังจากพระพยอมแพ้คดีและถูกเพิกถอนโฉนดตั้งแต่ปี 2547 แล้ว ท่านก็ยังถือวิสาสะเข้าครอบครองพื้นที่นั้นโดยไม่ยอมออกจากพื้นที่ ยังใช้สอยโดยไม่เสียค่าเช่าใดๆ แก่เจ้าของตามคำพิพาษาของศาลมาเป็นเวลา 16 ปี จนกระทั่งเจ้าของต้องไปฟ้องศาล ให้ศาลสั่งให้พระพยอมย้ายออก การกระทำของพระพยอมเช่นนี้ถือเป็นการบุกรุกหรือไม่ ทำผิดกฎหมายใช่หรือไม่
           ราคาที่ดินตอนซื้อ 10 ล้านบาทเมื่อปี 2547 แต่ ณ สิ้นปี 2559 ราคาตลาดตามที่ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยประเมินไว้เป็นเงิน 33.3 ล้านบาท และ ณ เดือนมีนาคม 2563 ราคาที่ดินแปลงนี้น่าจะอยู่ที่ 44 ล้านบาทแล้ว การสูญเสียโอกาสจากที่ดิน 10 ล้านบาท แถมตอนนั้นมีผู้จะช่วยซื้อให้ในราคา 15 ล้านบาท พระพยอมก็ไม่เอา และขณะนี้ขึ้นมาเป็น 44 ล้านบาทนี้ พระพยอมจึงอาจต้องรับผิดชอบความเสียหายนี้ด้วย

           อย่างนี้ถือได้ไหมว่าพระพยอมต้องรับผิดชอบการดื้อแพ่งไม่ยอมย้ายออกจากที่ดินที่พระพะยอมไม่มีสิทธิ์แต่กลับยังใช้สอยต่อมาจนบัดนี้ 16 ปี และการไม่ยอมซื้อที่ดินในราคา 15 ล้านบาทที่เจ้าของเสนอขายให้และมีผู้พร้อมจะซื้อให้ (แต่ตอนนี้ราคาที่ดินแปลงนี้เพิ่มเป็น 44 ล้านบาทแล้ว)

อ้างอิง
<1> พรพะยอมย้ายออกจากวัดสวนแก้วในสิ้นเดือน https://www.tnnthailand.com/content/43942
<2> พระพยอม ร้องขอความเป็นธรรมหวั่นวัดอาจถูกยึด ดิน https://www.posttoday.com/social/general/527667
<3> เรื่องนี้ถึงไหน : ตอน โฉนดที่ดินถุงกล้วยแขก (1/3) http://bit.ly/2hRv2Mv
<4> พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลฺยาโณ). http://bit.ly/2iC6ztp
<5> หลวงพ่อพยอมกับถุงกล้วยแขก. http://bit.ly/2iFmNA5
<6> หลวงพ่อพยอมกับถุงกล้วยแขก http://bit.ly/2j6hCIl

 
แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด:
* ชื่อคุณ:
อีเมล์:
*รหัสยืนยัน:   6646 กรุณาป้อนรหัส =>
  อ่ า น แ ล ะ ย อ ม รั บ ใ น ก ติ ก า ก่ อ น
1) งดลงประกาศข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับ วงการประเมินค่าทรัพย์สิน
2) การลงข้อความ ประกาศ ต้องเป็น ข้อความที่ถูกกฎหมาย และศีลธรรม เท่านั้น และ เป็นความจริงทุกประการ
3) ข้อความที่ลงประกาศ ท่านจะต้องรับผิดชอบ และทำตามที่ท่านลงประกาศไว้
4) งดการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ดูถูก เสียดสี ประชดประชัน หรือ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
5) ห้ามลงประกาศข้อความ ที่ซ้ำๆ กัน
6) หากทาง Thaiappraisal ตรวจสอบพบ หรือ มีผู้แจ้ง ข้อความที่ละเมิดกฎ และทางเราได้ตรวจสอบแล้วเป็นจริง จะทำการลบข้อมูลที่ไม่เหมาะสมนั้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบ
7) ทาง Thaiappraisal ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข กฎกติกาในการลงประกาศ

 

 

 

 

Area Trebs FIABCI
 
10 ถ.นนทรี เขต.ยานนาวา, กรุงเทพมหานคร 10120 Tel.66.2295.3171 Fax. 66.2295 1154 Email: info@thaiappraisal.org; สถานที่ตั้ง: แผนที่