สุนทรพจน์
“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ”
นายอุดม งามเมืองสกุล
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่

กราบเรียนท่านคณะกรรมการ ผู้มีเกียรติและท่านผู้ฟังทุกท่าน กระผมนายอุดม งามเมืองสกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่
กระผมมีความภาคภูมิใจและถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ”

“เรื่องภาษี ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง                                                    หลายคนค้าง เลี่ยงจ่าย บ่ายหน้าหนี
ปล่อยที่ดิน สิ้นค่า ลงทุกที                                                            เพราะภาษี ที่ต่ำ ทำกำไร
บำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน และที่ดิน                                          ต้องเปลี่ยนสิ้น เป็นธรรม ตามสมัย
ยิ่งร่วมจ่าย ยิ่งได้ ให้ชื่นใจ                                                           ท้องถิ่นได้ ไปใช้ พัฒนา
เมื่อเก็บดี ภาษี มีเพียงพอ                                                             ไม่ต้องรอ ขอรัฐ จัดสรรมา
เห็นคุณค่า ถ่วงดุล และตรวจตรา                                                ชาวประชา มีส่วน ล้วนใส่ใจ
ไม่ยอมให้ ใครนำ ทำโกงกิน                                                       ขจัดสิ้น คอรัปชั่น นั้นหมดไป
พัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย                                        นำชาติไทย วัฒนา สถาพร”

ท่านผู้ฟังทุกท่านครับ การจัดเก็บภาษีอากรเป็นเรื่องที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการบริหารประเทศ เพราะเป็นรายได้และงบประมาณในการบริหารและพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ภาษีอากรยังเป็นกลไกสำคัญในเชิงนโยบายทางการคลัง เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐนำไปใช้ในการขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง การเก็บภาษีอากรที่เชื่อมโยงประชาชนกับรัฐ จึงถูกบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องมีส่วนร่วมในการจ่ายภาษี
รูปแบบหนึ่งของการจัดเก็บภาษีที่มีสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน คือ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” เพราะเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น เป็นภาษีที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองโดยตรงเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านสาธารณูปโภค ด้านการศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมยิ่งขึ้น เมื่อท้องถิ่นพัฒนา มีศักยภาพในการแข่งขันและมีความเจริญมากขึ้น ย่อมส่งผลให้ทรัพย์สินในท้องถิ่นนั้นเพิ่มมูลค่ามากขึ้น เจ้าของทรัพย์สินซึ่งเป็นผู้เสียภาษีก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน
นอกจากนี้ เรายังใช้การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเครื่องมือกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางการบริหารทรัพยากรที่ดินซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยกำหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกันระหว่างที่ดินซึ่งมีการใช้ประโยชน์กับที่ดินที่ปล่อยทิ้งร้างไม่ใช้ทำประโยชน์
ประการสำคัญ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะทำให้ประชาชนผู้เสียภาษี เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ หวงแหนและมีส่วนร่วมในท้องถิ่นของตนเอง เกิดความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น และนำไปสู่กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้งบประมาณและการบริหารของท้องถิ่น และการบริหารในระดับชาติ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานอันสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน มิใช่เพียงแค่การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้น
ท่านผู้ฟังทุกท่านครับ เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ปัจจุบันภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทยที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จนผลักดันและนำเสนอร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. ๒๔๗๕ และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้บัญญัติหลักการและสาระสำคัญที่น่าสนใจไว้หลายประการ เช่น
ประการแรก กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือ เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งรวมถึงผู้ที่ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์สินของรัฐด้วย
ประการที่สอง สร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี โดยผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นทุกรายควรมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของท้องถิ่นและกำหนดให้มีข้อยกเว้นลดหย่อนหรือยกเว้นให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ประการที่สาม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีอำนาจในการจัดเก็บภาษี และถือเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อกระจายอำนาจการบริหารไปสู่ท้องถิ่น
ประการที่สี่ แก้ปัญหาเรื่องฐานภาษี โดยกำหนดให้จัดเก็บอัตราภาษีจากราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน แทนการใช้ฐานราคาปานกลางของที่ดินปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำและไม่สะท้อนราคาที่ดินที่แท้จริงในปัจจุบัน รวมทั้งแก้ปัญหาการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานประเมินในการกำหนดค่ารายปีหรือค่าเช่าต่อปีในการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ประการที่ห้า กำหนดเพดานอัตราภาษีไว้ให้เป็นธรรมและเหมาะสม โดยกำหนดอัตราภาษีไว้ ๓ อัตรา คือ อัตราภาษีทั่วไปไม่เกินร้อยละ ๐.๕  อัตราภาษีที่อยู่อาศัยที่ไม่ประกอบการเชิงพาณิชย์ไม่เกินร้อยละ ๐.๑ และอัตราภาษีที่เกษตรกรรมไม่เกินร้อยละ ๐.๐๕ และกำหนดให้ที่ดินที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดินต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดบทเฉพาะกาล เพื่อให้เตรียมความพร้อมในระยะเวลา ๒ ปี เช่น การ สำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การบรรเทาภาระภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้อยู่อาศัยเองซึ่งไม่เคยเสียภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดินมาก่อน โดยกำหนดให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๕๐ ของภาษีที่ต้องเสียในปีแรก อัตราร้อยละ ๗๕ ในปีที่สอง และเสียภาษีเต็มอัตราในปีที่สาม เป็นต้น
ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... ดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาท้องถิ่นและการพัฒนาประเทศ ถือเป็นการพลิกโฉมและเป็นการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะส่งผลอย่างมีนัยยะและเป็นรูปธรรมใน ๕ ประเด็น กล่าวคือ
1. การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมมากขึ้น ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินทุกรายต้องมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของท้องถิ่น โดยมีการลดหย่อนหรือข้อยกเว้นให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น
2.เสริมสร้างความเข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย ลดและขจัดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นทั้งที่อยู่ในรูปตัวเงินและการคอรัปชั่นเชิงนโยบายผ่านการจัดสรรโครงการหรืองบประมาณ เพราะเมื่อประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนในการเสียภาษี ย่อมเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น เกิดกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานเพื่อให้ใช้เงินภาษีให้เกิดประโยชน์และสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริง
3.เป็นการส่งเสริมการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะให้โอกาสท้องถิ่นสามารถกำหนดอัตราภาษีสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น แต่ไม่เกินอัตราเพดานที่กำหนดในกฎหมาย
ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและลดการรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลได้ เพราะเมื่อจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมมีรายได้เพียงพอสำหรับใช้พัฒนาบริการสาธารณะที่ตรงกับความต้องการของคนในท้องถิ่น รัฐบาลสามารถนำงบประมาณไปพัฒนาด้านอื่นได้มากขึ้น
4.เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากมีที่ดินจำนวนมากและไม่ใช้ประโยชน์จะมีภาระภาษีมากขึ้น การลดการถือครองเพื่อเก็งกำไร นำไปสู่การขายที่ดินนั้น เปิดโอกาสให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของและใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์ต่อไป

กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา จะพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... เพื่อให้การเก็บภาษีเกิดความเป็นธรรม ส่งเสริมให้มีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย และพัฒนาประเทศชาติ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราในฐานะประชาชนคนไทยทุกคนต้องมีสำนึกหน้าที่ของพลเมือง ตระหนักถึงความสำคัญของการเสียภาษี ไม่หลบเลี่ยงการเสียภาษี เพราะเมื่อท้องถิ่นและประเทศมีความเจริญมากขึ้น ผู้เสียภาษีก็จะได้รับประโยชน์เป็นทวีคูณ ดังคำกล่าวที่ว่า “ภาษี คือหน้าที่ ยิ่งจ่าย ยิ่งให้ ยิ่งได้ ไม่มีเสีย”