สุนทรพจน์
“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ”
นายกำพล ชุ่มจันทร์
ข้าราชการครู โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านคณะกรรมการและผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม นายกำพล ชุ่มจันทร์ ครูโรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมการประกวดสุนทรพจน์ในหัวข้อ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ”
พ้นทิวาข้ามราตรีหมุนเวียนเปลี่ยนมาถึงพุทธศักราช ๒๕๕๗ นับเป็นกาลเวลาแห่งการพัฒนาทุก ๆ ด้านของบ้านเมือง เพื่อนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศไทย เราทุกคนรักและปรารถนาจะเห็นบ้านหลังใหญ่ที่ชื่อว่าประเทศไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น คนในบ้านหลังใหญ่นี้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะการสร้างชาติบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นบนพื้นฐานของท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็น แรงขับเคลื่อนความมั่นคงของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ก้าวสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่คือประเทศชาติพัฒนา จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง มุ่งหวังความเจริญของบ้านเมืองเป็นสำคัญ เราทุกคนจึงต้องร่วมกันทำให้ประชาชนอุดมด้วยจิตสำนึกแห่งการเป็นพลเมืองดี คือไม่เพิกเฉย ไม่ละเลยหน้าที่ที่รับผิดชอบ ในเรื่องการเสียภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง เพราะภาษีนี้จะช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย และพัฒนาชาติ
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นประเด็นที่รอการอธิบายขยายความ เพื่อคลี่คลาย ความฉงน สู่ความเข้าใจที่ตรงกันของคนในสังคม ว่าแท้ที่จริงแล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาการถือครองทรัพย์สิน หรือจะเป็นช่องทางแห่งการโกงกินของนักการเมืองท้องถิ่น อย่างที่ประชาชนหวาดหวั่นกันในปัจจุบัน  เราจึงต้องทำความเข้าใจเบื้องลึกตรึกตรองเบื้องหลังของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในฐานะเป็นเจ้าของภาษีโดยตรง
ปัจจุบันคนไทยกลัวการเสียภาษีจริงหรือ ? นี่คือคำถามชวนคิดให้พิจารณาว่า แม้เป้าหมายของ การจัดเก็บภาษีจะเป็นการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของประเทศ เสริมสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ประชาชน แต่เหตุไฉนประชาชนจึงหลีกเลี่ยงการเสียภาษี มิใช่เพียงแต่ชาวบ้านชาวนา แม้แต่เหล่าคหบดีเศรษฐีมีกิน ก็ยังไม่ยอมเสียภาษ  นี่แสดงให้เห็นความผิดพลาดของระบบจัดเก็บภาษีของประเทศไทยที่อ่อนแอ เดิมทีประเทศไทยมีภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งเป็นระบบการจัดเก็บภาษี จากฐานทรัพย์สินแบบเก่าและมีช่องโหว่ของกฎหมาย การจัดเก็บภาษีไม่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ แต่กลับขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าพนักงาน ภาษีบำรุงท้องที่นั้นมีการยกเว้น หรือข้อลดหย่อนทางภาษีของบ้าน หรือที่ดินที่ใช้อยู่อาศัย ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างอัตราภาษีแบบถดถอย ด้วยข้อบกพร่องต่าง ๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม การปฏิรูประบบเศรษฐกิจในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมุ่งเน้นไปที่การเสนอร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ด้วยรัฐบาลที่นำโดยเหล่าทหารกล้า ผู้ไม่ยอมอ่อนข้อต่ออำนาจใหญ่ใด ๆ ส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่านการพิจารณา ในขณะที่หลายรัฐบาลในอดีตไม่สามารถดำเนินการได้ จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม เมื่อจะประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ ก็ได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ และสถาบันเศรษฐกิจเอกชนเป็นอย่างมาก นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของการค้นพบความจริงที่ยืนหยัดชัดเจนว่า “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ”
เงินภาษีทุกบาทจากหยาดเหงื่อ       หวังจุนเจือช่วยสร้างชาติสานสร้างฝัน
เงินทุกบาทจากประชาค่าอนันต์       หวังแบ่งปันพัฒนาไทยให้เจริญ

บทร้อยกรองทำนองไทยบทนี้ถ่ายทอดจากความรู้สึกของกระผมที่เห็นคุณค่าของภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นเครื่องมือลดปัญหาข้อบกพร่องในการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีบนฐานมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของ ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้งานในเชิงพาณิชย์ จะเสียภาษีในอัตราไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากใช้เป็นที่อยู่อาศัย เสียภาษีในอัตราไม่เกินร้อยละ ๐.๑ หากใช้ที่ดินเป็นที่พึ่งทำกินเพื่อการเกษตรกรรม เสียภาษีในอัตราไม่เกินร้อยละ ๐.๐๕  แต่หากเป็นที่ดินว่างเปล่าก็จัดเก็บในอัตราร้อยละ ๐.๕ ของมูลค่าสินทรัพย์ และหากไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกก็จะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าทุก ๆ ๓ ปี แต่ไม่เกินร้อยละ ๒ ของมูลค่าที่ดิน
นี่คือความจริงที่เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างรู้กันดี ขอเพียงเราทุกคนตระหนักถึงหน้าที่ที่พึงกระทำคือการเสียภาษี ก็จะมีเครื่องประสานไมตรีที่สำคัญระหว่างประชาชนกับกลไกของรัฐ ทั้งสองฝ่ายจะเร่งรัดสร้างสังคมไทยให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน กระผมขอเสนอแนวทางเพื่อการส่งเสริมการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ด้วยหลัก ๓ ป. ดังนี้
ป. ประชาชนต้องตื่นตัว รับผิดชอบการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตนครอบครอง
ป.โปร่งใส โดยผู้เกี่ยวข้องต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นธรรม ผู้มีอำนาจต้องบังคับใช้กฎหมาย และลงโทษผู้ละเลยหรือเพิกเฉยต่อการเสียภาษี
ป. ประชาธิปไตย เป็นเสาหลักวัฒนธรรมของสังคม คือการอยู่ด้วยกันแบบพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทั้งในทางสังคมและเศรษฐกิจ
รุ่งอรุณของทิวางดงามด้วยแสงขอบฟ้าสีทองฉันใด ความรุ่งเรืองของประเทศไทยย่อมงดงาม ด้วยเงินภาษีของคนในชาติฉันนั้น รัฐจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็เพื่อพัฒนาท้องถิ่นอันเป็นฐานรากของสังคมเป็นสำคัญ อันจะก่อประโยชน์ดังนี้
ประการที่ ๑ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินโดยคิดจากมูลค่าที่ดิน สนับสนุนการใช้ประโยชน์ ในที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ
ประการที่ ๒ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะช่วยลดการกักตุนที่ดินเพื่อเก็งกำไร
ประการที่ ๓ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม คนยากจนต้องมีที่ทำกินถิ่นอาศัยอย่างเท่าเทียม
ประการที่ ๔ ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชน จากราชการส่วนกลางสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยการกระจายอำนาจทางปกครองและการคลัง เพื่อบริหารจัดการสาธารณะให้แก่คนในท้องถิ่นนั้น
เมื่อท้องถิ่นพัฒนาย่อมนำพาสังคมสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ตามหลักวิถีประชาธิปไตย ดังนี้
ด้านคารวะธรรม คือการเคารพสิทธิของผู้อื่น เคารพกฎระเบียบของสังคม โดยการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง ไม่มุ่งหวังเอาแต่ประโยชน์เพื่อตนเอง
ด้านปัญญาธรรม คือการปฏิบัติตามมติของเสียงส่วนมากและรับฟังเสียงส่วนน้อย ใช้วิจารณญาณพิจารณาเหตุผลด้วยใจเป็นธรรม รู้จักทำกินในถิ่นตนและดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ลำเอียง ไม่หลงผิด มีใจเป็นกลาง ปราศจากอคติ คิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ
ด้านสามัคคีธรรม คือการยอมรับกฎกติกาของสังคม รับผิดชอบต่อหน้าที่ มีน้ำใจสร้างไมตรีต่อกัน สิ่งสำคัญคือการเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ หากเราทุกคนมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม สังคมจะน่าอยู่และเกิดประโยชน์มากขึ้น จะช่วยลดปัญหา  พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างสรรค์ประโยชน์สุขแก่สังคม
เมื่อท้องถิ่นพัฒนาประชาธิปไตย สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง ชาติย่อมพัฒนาสู่เป้าหมายสำคัญสูงสุดจากประโยชน์ของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุขในสังคมที่พอเพียง มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตระหนักในสิทธิและหน้าที่  มีเสรีภาพ และ ความเสมอภาค เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ทุกคนปรารถนา คือการได้รับบริการจากหน่วยงานของรัฐ และการบริหารที่เป็นธรรม
ทุกท่านครับ “เงินของมหาเศรษฐีจะไม่มีความหมาย หากมันไม่ถูกนำมาใช้เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม” จากคาถาชีวิต ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว. วชิรเมธี) เป็นคติธรรมย้ำเตือนจิตให้คิดถึงการแบ่งปันเพื่อสังคม ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างย่อมมีหน้าที่เสียภาษีตามอัตราส่วนของประโยชน์ที่ได้รับ ด้านรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องรักษาผลประโยชน์อันมหาศาลนั้น และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่การพัฒนาประเทศ   ดาวดวงน้อยร้อยพันดวงยังโชติสว่างไสว ใจดวงน้อยร้อยพันใจหรือจะไม่ให้พลัง
มาเถิดครับ มาร่วมกันสร้างสำนึกตระหนักรู้หน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เงินทุกบาททุกสตางค์คือคลังของประเทศ  มาร่วมเดินหน้าพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม เพื่อผลประโยชน์แห่งการพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ และเพื่อความสุขของคนไทยทุกคน
เมื่อถึงกาลหมุนเวียนเปลี่ยนวันพรุ่ง               ชาติเรืองรุ่งมุ่งส่งเสริมเสียภาษี
ทุกท้องถิ่น(ประชา)ธิปไตยไทยมั่งมี              สุขทวีประเทืองไทยให้เจริญ