สุนทรพจน์
“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ”
นายฮาฟีกีน บือราเฮง
มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

“เพียงแค่ท่านจ่ายภาษีให้ครบถ้วนตามหน้าที่ ท่านก็คือคนดีที่ช่วยชาติแล้วครับ”
เรียนท่านประธาน ท่านคณะกรรมการ ท่านผู้ดำเนินรายการ และผู้มีเกียรติทุกท่านครับ กระผมนายฮาฟีกีน บือราเฮง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 โรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ครับ
กระผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมการประกวดสุนทรพจน์ชิงโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อเรื่อง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ
ท่านผู้ฟังที่เคารพครับ ในสังคมปัจจุบันหากพูดถึงเรื่อง “ภาษี” แล้วย่อมทำให้หลาย ๆ คนขนลุกขนพองไปตาม ๆ กัน อาจจะเพราะภาษาที่เข้าใจยากประกอบกับขั้นตอนกระบวนการที่ดูซับซ้อน แต่อย่างไรก็ตาม การจ่ายภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ยิ่งหากทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจส่วนตัว กลุ่มบริษัท หรือกลุ่มสหกรณ์ ก็ต้องเสียภาษีอย่างแน่นอน ใครที่ครอบครองทรัพย์สินก็ย่อมต้องเสียภาษีเป็นเรื่องปกติ คนเราเมื่อมีการรับก็ย่อมต้องมีการให้ นั่นก็หมายความว่า เมื่อรับมามากก็จะต้องจ่ายภาษีมากเช่นกัน
มีพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตอนหนึ่งความว่า
“ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีประชาชนจำนวนไม่น้อยออกมาเรียกร้องผลประโยชน์ที่ตนพึงจะได้รับ
แต่จะมีสักกี่คนที่มองในมุมกลับกัน จะมีสักกี่คนที่คิดจะมอบสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม”
ท่านผู้ฟังที่เคารพครับ ภาษีทรัพย์สิน คือ ภาษีที่จัดเก็บจากผู้ครอบครองทรัพย์สินทุกประเภท ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ที่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียภาษีให้แก่หน่วยราชการในท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นนั้นโดยตรง ในกรณีประเทศไทย จะมีกฎหมายภาษีทรัพย์สิน ซึ่งกำหนดให้เก็บภาษีเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ จึงเรียกว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนี้เกิดบนฐานคิดสากลที่ว่าใครครอบครองทรัพย์สินก็ต้องเสียภาษีเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นนั้น
ปัจจุบัน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในประเทศไทย จะเป็นภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จัดเก็บโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นงบประมาณรายจ่ายในการดำเนินงานตามหน้าที่ โดยมีหลักการ 3 ประการคือ คือ 1.ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ 2.สร้างความเป็นธรรม และ 3.สร้างรายได้ให้แก่รัฐ โดยมีหลักคิดว่า เงินทั้งหมดที่เก็บได้จะไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การดำเนินงานนี้จะต่างจากปัจจุบัน ที่รัฐบาลส่วนกลางส่งเงินอุดหนุนมาให้ส่วนท้องถิ่นใช้ วิธีเดิมอาจเป็นช่องทางหนึ่งที่ก่อให้เกิดการทุจริตได้ แต่เมื่อเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เก็บได้จะให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปใช้พัฒนาในพื้นที่ เมื่อท้องถิ่นนั้นเจริญ มูลค่าทรัพย์สินก็จะยิ่งสูงขึ้น เจ้าของที่ดินก็จะได้รับประโยชน์ ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่ต้องนำเงินส่วนกลางไปอุดหนุนท้องถิ่น แต่จะนำเงินไปใช้ในการลงทุนต่าง ๆ ต่อไป
ดังนั้น นโยบายการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน จึงถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างภาษีของประเทศไทย เพราะจะช่วยพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาชาติ เนื่องจากภาษีทรัพย์สินเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของรัฐทั้งในระดับประเทศ และระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากที่ดินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ท่านผู้ฟังที่เคารพครับ เมื่อฟังเช่นนี้แล้ว เราลองหันมาคิดและตั้งหลักทำความเข้าใจเรื่องภาษีให้ถ่องแท้ เพื่อการจ่ายภาษีอย่างถูกต้องกันดีกว่าครับ